นอร์ติส จัดงานเลี้ยงรวมตัวผู้นำด้านพลังงานระดับเอเชีย หารืออนาคตอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน

ข่าวประชาสัมพันธ์

นอร์ติส จัดงานเลี้ยงรวมตัวผู้นำด้านพลังงานระดับเอเชีย

หารืออนาคตอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน

ดร.ณอคุณ สิทธิพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท นอร์ติส เอนเนอร์ยี่ จำกัด (ในภาพลำดับที่สามจากขวา) บริษัทด้านนวัตกรรมพลังงานทดแทนในเมืองไทย เป็นประธานงานเลี้ยงต้อนรับเหล่าผู้นำในอุตสาหกรรมด้านพลังงานทดแทนจากไทยและเอเชีย เพื่อแสดงความขอบคุณในฐานะเป็นพันธมิตรกับนอร์ติส เอนเนอร์ยี่ ในการร่วมผลักดันและพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน เพื่อให้สังคมได้ตระหนักถึงเรื่องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยมี ชิเกกิ คอนโดะ ผู้บริหารบริษัทแอมป์ เจแปน, จอห์น คิม ประธานกรรมการ อาร์อีซี สิงคโปร์ และอิคนาชิโอ มิราเอล เดอ อิมพีเรียล จากแคนนาเดียนโซลาร์ ร่วมงาน ณ ห้องอาหารพลู กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้

สำหรับ “นอร์ติส เอนเนอร์ยี่” บริษัทผู้นำนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนเจ้าแรก ๆ ในเมืองไทย โดยได้สร้างผลงานที่โดดเด่นมานับไม่ถ้วน อาทิ เป็นผู้คิดค้นระบบ “โซลาร์ลา” (SOLARLAA) แอพพลิเคชั่นที่ช่วยวิเคราะห์และให้คำแนะนำในการตัดสินใจลงทุนด้านพลังงานแสงอาทิตย์ และการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน ซึ่งมีผู้ใช้แล้วกว่า 520 อำเภอในประเทศไทย ซึ่งสามารถช่วยคนไทยทั้งประเทศประหยัดค่าไฟได้กว่าเดือนละ 30% อีกทั้งยังเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม “ดิจิมินต์” (DigiMint) สื่อกลางการซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนด้านพลังงานในอนาคต รวมไปถึงการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง เอนเนอร์โก แลบส์ (Energo Labs) ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีบล็อกเชน(Blockchain) จากประเทศจีน เพื่อร่วมมือกันพัฒนาระบบบล็อกเชนพลังงานหมุนเวียน และระบบไมโครกริด (Microgrid) เข้าสู่ตลาดไทย

ในอนาคตนอร์ติสฯ ยังมีแผนการพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะการนำเสนอนวตกรรมใหม่ อย่างโซลาลาร์บ็อกซ์ (Solarlaa Box) เทคโนโลยีช่วยประหยัดการใช้พลังงาน (Energy Detective Device) ซึ่งเราคาดว่า จะมีการใช้อย่างแพร่หลายในสังคมไทยในอนาคตจนส่งผลให้เกิดสังคมสีเขียว (Green Community) อย่างยั่งยืนนอกจากนี้ ยังช่วยให้สังคมตระหนักถึงการประหยัดพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ด้วยแคมเปญ “การติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับบ้านเรือน สถานศึกษา และสถานประกอบการ”โดยคาดหมายการจำหน่ายและติดตั้งจำนวน 100 เมกะวัตต์ภายในปี 2562 นี้ ซึ่งจะสามารถช่วยประเทศประหยัดพลังงานจากการผลิตไฟฟ้าประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ15 ล้านหน่วย คิดเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท