เรื่อง : ระบบโครงสร้างฐานราก “ใครว่าไม่สำคัญ”

ข่าวประชาสัมพันธ์

Share with:

FacebookTwitterGoogleTumblr


เรื่อง : ระบบโครงสร้างฐานราก “ใครว่าไม่สำคัญ”

ขึ้นชื่อว่า “บ้าน” ทุกคนคงคิดเหมือนกันว่าคือสถานที่พักผ่อนเป็นที่อุ่นใจและปลอดภัยที่สุดเมื่อใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของตัวเอง ดังนั้นไม่มีใครอยากให้บ้านที่เราอาศัยอยู่เกิดปัญหาขึ้น เรามักได้ยินได้เห็นกันอยู่บ่อยครั้งกับปัญหาตึกทรุด บ้านพัง เกิดรอยร้าว ฯลฯ ปัญหาต่างๆ เหล่านี้เชื่อว่าต้องเคยเกิดขึ้นกับบ้านของคนส่วนใหญ่เป็นแน่แต่สิ่งที่เราไม่มีรู้คือรอยร้าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสัญญาณบอกถึงอันตรายที่จะตามมาจากปัญหาฐานรากของอาคารรอยร้าวที่อันตรายมักเกิดขึ้นบริเวณผนังด้านล่างของบ้าน เป็นจุดเริ่มต้นก่อนจะร้าวขึ้นมาถึงส่วนบน หากเกิดรอยเช่นนี้อาจจะทำให้มีปัญหาบ้านทรุดตามมาและทำให้เกิดอันตรายหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที ในวงการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์
ถือว่าเป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก จะเห็นจากข่าวที่นำเสนอทาวน์เฮาส์ทรุดตัวลงทั้งแถบ ทั้งที่อยู่มานาน 20-30 ปี บางแห่งเข้าอยู่ไม่นานเกิดรอยแตกร้าวและพบว่ามีเสาบ้านบางต้นหักพับลงมา ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยทั่วไป เริ่มไม่มั่นใจว่าอาคารที่ตนพักอาศัยจะมีปัญหาเช่นว่านี้หรือไม่และหากพบปัญหาเหล่านี้จะแก้ปัญหาอย่างไร อาจถึงขั้นที่ต้องทุบบ้านทิ้งหรือไม่ เพราะการที่จะซื้อบ้านใหม่สักหลังไม่ใช่เรื่องง่ายรวมไปถึงผู้ที่กำลังเริ่มสร้างครอบครัวและคิดว่าจะซื้อบ้านสักหลังจะมีความมั่นใจอย่างไรว่าซื้อแล้วไม่ประสบปัญหาดังกล่าว ซึ่งปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมาส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากระบบรากฐานของบ้าน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพราะจะต้องรับน้ำหนักทั้งหมดของบ้าน “เสาเข็ม” จึงถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในการก่อสร้างเพราะต้องคำนึงถึงหลายๆ องค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของพื้นดิน
จำนวนชั้นของอาคาร โดยเฉพาะบ้านหรืออาคารที่มีอายุยาวนานหลายปี ย่อมเกิดความเสื่อมโทรมและมีความเสียหายเกิดขึ้นกับตัวบ้านอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากการทรุดโทรมเหล่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ตัวบ้านเท่านั้น บางครั้งความทรุดโทรมอาจมาจากพื้นดินหรือโพรงที่เกิดขึ้นภายในชั้นดินด้านล่างของตัวบ้าน ที่มีปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมมากระตุ้น เช่น ภัยน้ำท่วมที่ผ่านมา ส่งผลให้ดินทรุดตัวบ้างหรือโครงสร้างที่แช่น้ำเป็นเวลานานๆ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดกรณีของบ้านทรุดขึ้นมาได้และเมื่อบ้านทรุดแล้วหลายคนอาจจะกังวลและกลัวว่าจะเกิดผลร้าย เช่น บ้านถล่ม หรือผนังแตกร้าวจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ซึ่งเกิดขึ้นได้เช่นกัน แต่อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักพักถึงจะอยู่ในจุดนั้นได้ ฉะนั้นแล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์บ้านทรุดแล้ว ถือว่าอันตรายมาก ส่วนในกรณีของการต่อเติมนั้นช่างผู้รับเหมาที่ทำการต่อเติมอาจเลือกใช้โครงสร้างหรือเสาหลักที่ไม่ได้คุณภาพ และการลงเสาเข็มอาจไม่ลึกพอจนเป็นสาเหตุของการเกิดบ้านทรุดได้เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งนี้ทั้งนั้นการให้ทีมวิศวกรตรวจสอบระหว่างขั้นตอนการก่อสร้างด้วยก็จะช่วยลดความเสี่ยงในงานก่อสร้างหรือต่อเติมไปได้มากปัจจุบันวิวัฒนาการความก้าวหน้าด้านฐานรากและการตอกเสาเข็มได้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและปลอดภัยให้กับลักษณะของงานก่อสร้างต่างๆ มากขึ้น อย่างนวัตกรรมของเสาเข็มสปันไมโครไพล์ มาตรฐาน มอก. ของบริษัทภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด  ถือเป็นเสาเข็มที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจากประเทศเยอรมัน ด้วยการ กรอ หมุน ปั่น เหวี่ยง ภายใต้แบบหล่อที่แข็งแรงจากการเหวี่ยงด้วยความเร็วสูงจะสามารถเนรมิต
คอนกรีตเหลวๆ ให้กลายเป็นท่อนเสาเข็มที่อัดแน่นได้มาตรฐานภายในเวลา 10 นาที ก่อนจะผ่านการทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักอย่างปลอดภัย ด้วยวิธีการ Dynamic Load Test เพื่อสามารถรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัยถึง 20-50 ตัน/ต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดเสาเข็มและสภาพชั้นดินรวมไปถึงปั้นจั่นตอกเสาเข็มขนาดเล็ก ที่มีความสูงไม่เกิน 3 เมตร สามารถเข้าไปทำการติดตั้งในพื้นที่แคบได้อย่างมีคุณภาพเหมาะกับการต่อเติมบ้าน แก้ไขปัญหาอาคารทรุด ปรับปรุงโรงงานที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียงสามารถตอกเสาเข็มชิดกำแพงหรือผนังบ้านได้และไม่ทำให้โครงสร้างเดิมแตกร้าว หรือสั่นสะเทือนขณะที่ตอกให้ความแข็งแรงทนทาน ตอกได้ลึกตามจริงตั้งแต่ 1 เมตรจนถึงชั้นดินดาน เพื่อมาแก้ปัญหาต่างๆ ที่หยุดชะงักการต่อเติมเพราะไม่อาจแก้ไขการทรุดตัวของโครงสร้างเดิมได้ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แคบเกินกว่าจะตอกเสาเข็มซ้ำได้หรือการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากการตอกเสาเข็มที่อาจทำให้บ้านข้างๆ เกิดการทรุดตัว ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงนวัตกรรมนี้จึงเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายทั้งหน่วยงานภาครัฐ
รัฐวิสาหกิจ และเอกชน สำหรับผู้มีปัญหาเรื่องการต่อเติมด้านโครงสร้างระบบฐานราก ปรึกษา
ได้ที่โทรศัพท์ 02 156 9804 หรือ http://www.bhumisiam.com